[Fiction] You and Me

posted on 13 Aug 2009 08:29 by betweenbumkyu  in You-and-Me

 

 

 

Title :: You and Me

Cast :: Kibum x Kyuhyun

Must listen :: You and Me...by Lifehouse

 

 

 

 

 

 

 

 

               วันนี้ไม่เหมือนทุกวัน สถานที่ที่พวกเราเรียกว่า -บ้าน- แตกต่างไปจากที่เคย ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่วันนี้เป็นวันพักผ่อน และอีกหลายๆ ส่วนคงมาจาก...ใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่สุดมุมห้อง

 

 

 

                จะเรียกว่าวันพักผ่อนเสียทีเดียวคงไม่ได้แต่คงเรียกได้ว่าวันนี้คือวันที่ผมได้พักมากกว่าทุกวันหลังจากกรำงานหนักมา ตลอดสามเดือนกับอีกครึ่งเช้า ในที่สุดพวกเราก็ได้อยู่เฉยๆ ตลอดช่วงบ่ายโดยไม่ต้องกังวลกับเรื่องโปรโมท ตารางซ้อมคอนเสิร์ต หรือคิวงานอื่น สมาชิกในบ้านมีวิธีพักต่างกันออกไป พี่จองอุนกำลัง ขะมักเขม้นกับคอมพิวเตอร์เสียจนปลายจมูกแทบจะแตะกับหน้าจอแอลซีดีใหญ่ยักษ์ รยออุคหายเงียบเข้าไปในห้องนอนได้สักพัก พี่ซองมินดูเหมือนจะกำลังขลุกอยู่กับคู่หูที่หน้าจอทีวี...ผมน่าจะเรียกว่า ขลุกหรือควรจะเรียกว่าคลุกกันนะเพราะศีรษะที่โผล่พ้นพนักพิงขึ้นมามองไกลๆ แทบแยกไม่ออกว่าไหนคือพี่ซองมินหรือว่าพี่ทงเฮ หึ ดีจังนะคนน่ารักทำอะไรก็ดูไม่น่าเกลียด

 

 

                   พื้นที่ภายใต้กรอบการมองเห็นของผมมีอยู่แค่นี้ อ้อ...น่าเห็นใจพี่อีทึกกับพี่คังอินเพราะเป็นแค่สองคนที่ยังต้องอยู่ทำงานต่อ

 

 

 

                คุณคยูฮยอนครับช่วยสนใจกระผมด้วย แม้คุณจะเป็นเจ้ายุทธภพแต่ก็ไม่ต้องอ่อนให้ถึงขนาดนี้หรอกนะครับ กระผมก็พอมีฝีมืออยู่บ้าง...สนใจกูด้วย!” เสียงสบถตบท้ายประโยคเต็มไปด้วยอารมณ์ ผมตวัดหางตามองอีฮยอกแจคู่มือดวลเกมส์ที่ไม่แม้แต่จะยอมละสายตาไปจากจอโทรทัศน์

 

 

 

                ก็พี่อ่อนจริงๆ นี่...

 

 

 

                ...............

 

 

 

 

 

                Game Over

 

 

 

 

 

          ไอ้ @$#@$@&$^*^&*(*^%&$%” ผมปล่อยให้ลิงตัวขาวร่ายคำด่าจนสาแก่ใจ คนแพ้มักจะเก็บกดและมีแนวโน้มว่าจะอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย ยิ่งเฉพาะกับคนที่...แพ้มาตลอดอย่างฮยอกแจฮยองความอัดอั้นย่อมสูงเป็นหลายเท่าของคนทั่วไป

 

 

 

                เล่นเต็มฝีมือ อย่าให้รู้ว่าอ่อนให้อีกนะไอ้มักเน่ คนที่ภายนอกดูเอวบางร่างน้อยแต่กลับอุดมไปด้วยมัดกล้ามชันเข่าข้างหนึ่งขึ้นอย่างเตรียมพร้อม ผมรับจอยเกมส์มาถือไว้อย่างไม่ขัดข้อง สองตาจับจ้องหน้าจอราวกับกำลังทุ่มเทความสนใจอยู่แค่นั้น ทว่า...ผมไม่ได้สนุกเลยสักนิด แม้แต่รอยยิ้มที่แตะแต้มอยู่บนริมฝีปากในยามนี้ก็หลอกลวง สมองผมมีแค่เรื่องบางเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ในใจ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าอารมณ์ของผมจะกำลังเบี่ยงเบนไปในทิศทางใด

 

 

 

                ผมกำลังหงุดหงิด และโมโหร้ายอย่างที่สุด!

 

 

 

 

 

 

 

                Game Over

 

 

 

 

                อ๊ากกกกกกก...ไอ้เวรคยู!” ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรลงไป พอนึกถึงสิ่งที่สั่งสมอยู่ในใจสมองมันก็สั่งงานให้หาหนทางระบายออก และมือก็ปฏิบัติการลงไปอย่างรวดเร็วกว่าทุกครั้ง ผมจบเกมส์ด้วยเวลาไม่ถึงสองนาทีทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังใจเย็นทนเล่นเป็นเพื่อนอีฮยอกแจได้ถึงเกมส์ละกว่าสิบนาที

 

 

 

                จะไปไหนวะ นั่งเลยๆ ชนะแล้วคิดจะชิ่งเหรอ

 

 

 

                พี่ไม่เคยพัฒนาฝีมือเลย ผมเบื่อแล้ว คนที่เคยติดเกมส์อย่างหนัก และแม้จะถอดถอนตัวเองออกมาจากคำนั้นได้แล้วแต่ก็ไม่เคยสามารถพูดได้เต็มปากว่า-เบื่อ-มาวันนี้ผมเซ็งเอาจริงๆ จังๆ ไอ้ที่หวังใจว่าจะใช้เรื่องที่ชอบ สิ่งที่รักในการผ่อนคลายความตึงเครียดเป็นอันพอกันที...

 

 

 

 

               ในเมื่อมันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ไม่ใช่สาเหตุของความหงุดหงิดที่แท้จริงต่อให้ผมเล่นเกมส์ชนะพี่ฮยอกแจอีกสักร้อย พันครั้งมันก็ดับความงุ่นง่านในใจผมไม่ได้

 

 

 

 

 

                ไอ้เด็กเวรกลับมาก่อน กลับมาเดี๋ยวนี้เลย...แมร่ม!” ผีเกมส์เมอร์กำลังเข้าสิงอีฮยอกแจจนถ้อยคำที่ผ่านริมฝีปากสีสวยออกมาเต็มไปด้วยภาษาดอกไม้อย่างที่เวลาปกติจะไม่กล้าใช้ โดยเฉพาะต่อหน้าพี่อีทึก นอกจากจะไม่สนใจปฏิบัติตามคำขอร้องแกมบังคับจากคนขี้แพ้แล้ว ผมยังเดินหนีไปในทิศทางที่คิดว่าน่าจะดีที่สุด...ห้องนอน

 

 

 

                  กึ่ก

 

 

                กึ่ก

 

 

                กึ่ก

 

 

                เกิดเป็นโจคยูฮยอนช่างลำเค็ญนัก! ผมคิดแล้วก็พร่างพรูลมหายใจ...พร่างพรูเหรอ ไม่สิคำนั้นดูดีเกินไป...ผมกระแทกลมหายใจออกจากนั้นก็สูดเอาออกซิเจนเข้าไป ใหม่พร้อมกับหมุนตัวมุ่งไปยังเส้นทางใหม่

 

 

 

                นายจะไปไหน

 

 

 

                ห้องน้ำ... ระดับความสูงของคนตรงหน้าไม่ได้ด้อยกว่าผมการจะยืนต่อตากันเลยทำได้ง่าย แต่ผมเบนสายตาลงต่ำ

 

 

 

                นายควรจะเรียกให้ใครช่วย ไม่ใช่เดินไปไหนมาไหนเองตามใจชอบแบบนี้

 

 

 

                ห้องน้ำอยู่แค่นี้เอง น่าจะพอดูแลตัวเองได้

 

 

 

                แต่นายกำลังไม่สบาย

 

 

 

                พี่ไม่ได้ป่วย

 

 

 

                ฉันหมายถึงขา

 

 

 

                อ้อ... คนที่กลายเป็นบุคคลทุพลภาพชั่วคราวลากเสียงยาว ผมต่อตากับคนตรงหน้าได้แล้ว แต่ก็แค่สามวินาทีแล้วมือมันก็ยกขึ้นประสานที่อก หน้าก็เชิดมองไปทางอื่นโดยอัตโนมัติ...เว้ย ผมละเกลียดจริงๆ เวลาที่ตัวเองเป็นแบบนี้

 

 

 

                ...............

 

 

 

                หลบหน่อยได้ไหม พี่จะไปห้องน้ำ เพิ่งรู้ว่าตัวเองยืนขวางทางเดินไว้ทั้งหมดก็ตอนที่เสียงทุ้มต่ำนั้นร้องเตือน แผ่วเบาแต่ทรงอำนาจจน...ผมยอมฉากหลบให้นิดหน่อยอย่างที่เจ้าตัวเขาขอ

 

 

 

                ฉันจะช่วย

 

 

 

                ไม่เป็นไรนายไปนอนเถอะ

 

 

 

                รู้ได้ยังไงว่าฉันจะไปนอน

 

 

 

                ก็เห็นเดินไปที่ห้อง

 

 

 

                ฉันอาจจะไม่ได้อยากนอนก็ได้

 

 

 

                แต่ปกติเวลานายหงุดหงิด หรือ...โกรธ นายชอบหลบไปนอน ปล่อยคนพิการให้ล้มหน้าคว่ำจูบพื้นห้องนี่ผิดบาปมากไหม ผมละอยากจะลองดูสักครั้ง!

 

 

 

                นายโกรธจริงๆ ด้วย

 

 

 

                เปล่า!”

 

 

 

                งั้นหงุดหงิด

 

 

 

                เปล่า!”

 

 

 

                ไปนอนเถอะ พี่ดูแลตัวเองได้มีตั้งสี่ขา รับรองไม่ล้ม ถึงแม้สถานการณ์จะไม่เอื้อแต่ผมรู้ว่าริมฝีปากหยักโค้งได้รูปของคิมคิบอมกำลังแย้มเป็นรอยยิ้มสวย ดวงตาสีจัดก็คงกำลังทอแสงอ่อนละมุนเหมือนน้ำเสียงที่เปล่งออกมา อบอุ่น อ่อนโยน คือคำจำกัดความของผู้ชายคนนี้

 

 

 

 

 

                ซะเมื่อไหร่ละ! ที่พูดออกมาน่ะประชดกันชัดๆ

 

 

 

 

                พระเอกเวลาพิการก็ไม่ได้น่ามองนักหรอกนะ เอาสิคิมคิบอมประชดเป็นคนเดียวที่ไหน โจคยูฮยอนก็เก่งไม่แพ้ใครหรอกนะ!

 

 

 

                พี่ดูแย่มากไหม

 

 

 

                แย่

 

 

 

                มากไหม

 

 

 

                มาก

 

 

 

                นั่นสินะ...พี่คงดูแย่จนแม้แต่หน้านายก็ไม่อยากมองมือที่คอยจับประคองอยู่ที่แขนข้างหนึ่งคลายออกด้วยความรวดเร็ว เกือบจะได้เห็นพระเอกล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นจริงๆ คิบอมเซถลาเพราะถ่วงสมดุลร่างกายได้ไม่ทันกับสองมือที่ผละออก

 

 

 

                เฮ้ย... สองมือขาวจัดสอดเข้ารัดรอบเอวสอบ แรงปะทะและน้ำหนักตัวของคนพิการ(ชั่วคราว) ทำให้คยูฮยอนเสียหลัก แทนที่จะได้ช่วยเลยกลายเป็นตัวเองที่ถูกพระเอกประคองไว้แทน ไม้เท้าข้างหนึ่งหล่นกระแทกพื้นเสียงดังแต่ไร้ซึ่งวี่แววแห่งความสนใจใคร่ดีจากพี่คนอื่นๆ ถ้าคยูฮยอนถูกคิบอมล้มทับแขนเดาะ สะโพกครากไปอีกคนคราวนี้คงยิ่งกว่าสนุกละ!

 

 

                เจ็บหรือเปล่า เสียงทุ้มนุ่มนวลกระซิบถาม ใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมร้อนที่รินรดลงบนซอกคอ ใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงจังหวะที่ริมฝีปากขยับปะทะผิวเนื้ออ่อน

 

 

 

                เจ็บ!...คิมคิบอม ฉันเจ็บ!” ผมกระชากเสียงเต็มอารมณ์หงุดหงิด เจ็บแปลบที่ซอกคอ

 

 

 

                เจ็บตรงไหน เสียงอู้อี้ฟังไม่ถนัดแต่ก็ยังพอจับใจความได้เพราะกระซิบอยู่ไม่ไกล

 

 

 

                คอ...ปล่อย!”

 

 

 

                ฉันล้มทับเลยทำให้นายเจ็บสินะ... ซอกหลืบหน้าประตูห้องน้ำรวมมิดชิดและมืดสลัว แต่...มันไม่ได้มากพอที่คิบอมจะทำอะไรตามอำเภอใจได้เสียหน่อย ผมดันร่างสูงที่กำลังทาบทับสุดแรงได้ช่องว่างแค่มดเดินผ่าน แผ่นอกเรียบตึงและน้ำหนักตัวของคิบอมกำลังจะทำให้กระดูกข้อมือของผมเดาะอีกหนึ่งอย่าง

 

 

 

                คิมคิบอม ปล่อยสิ ฉันจะลุกขึ้น!” อารมณ์หวิววับในอกเริ่มมีอิทธิพลเหนือกลุ่มหมอกควันของความหงุดหงิด ริมฝีปากคู่นั้นหยุดการรุกรานแล้วก็จริง แต่ไม่ใช่เรื่องดีเลย...ตอนนี้ผมถูกบังคับให้สบตาสีดำจัดแฝงแววหวานแสนเจ้าเล่ห์แทน

 

 

 

                โกรธอะไรพี่หรือครับ ใครบอกว่าคิมคิบอมแสนดี คนดีที่ไหนจะมานอนทับคนอื่นแถมยังก้มหน้าลงมาจนริมฝีปากจะประกบกันอยู่หน้าห้องน้ำอยู่แล้ว

 

 

 

                ลุกขึ้นได้หรือยัง ฉันอึดอัด!”

 

 

 

                บอกมาก่อนว่าโกรธอะไร

 

 

 

                ไม่ได้โกรธอะไรทั้งนั้น!” เอาละ เขายั่วจนผมเริ่มเก็บอารมณ์ตัวเองไม่อยู่แล้วตอนนี้ เสียงที่พยายามให้เบาแสนเบาเริ่มดังขึ้นทีละน้อย

 

 

 

                โกรธสิ นายโกรธพี่

 

 

 

                เอ๊ะ ก็บอกว่าเปล่า

 

 

 

                โจ... ผมเม้มปากแน่นเบี่ยงหน้าหลบสายตามองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ผิวเข้มและปลายจมูก โด่งเป็นสันของคนที่เพิ่งสะกดชื่อสกุลของผมด้วยสุ้มเสียงทอดอ่อน

 

 

 

                โจ... ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่เป็นผลพวงมาจากการเรียกครั้งที่สอง ทั้งที่พยายามทำแข็งใจ สู้อุตส่าห์วางตัวเงียบขรึม โกรธขึ้งมาได้ตั้งเกือบสองวัน แต่...แค่สองชั่วโมงที่คิมคิบอมมาอยู่ร่วมบ้านผมก็คิดอะไรไม่ออกเสียแล้ว ทำไมใจง่ายจังวะโจคยูฮยอน

 

 

 

                นายไม่รู้ว่าฉันโกรธเรื่องอะไร แล้วรู้ได้ไงว่าฉันโกรธ คำถามฟังดูงงๆ แต่ผมเริ่มคิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ คิบอมใช้ท่อนแขนข้างหนึ่งยันพื้นไว้สำหรับทรงตัว แต่อีกมือเกาะแกะอยู่แถวปลายนิ้วเรียวของผม

 

 

 

                รู้สิ รู้...รู้...รู้ คิมคิบอมบอกว่ารู้แต่ผมสงสัย...เขารู้อะไร และรู้ได้อย่างไร

 

 

 

                จะพูดแค่นี้ใช่ไหม...ฉันอยากลุกขึ้นแล้ว

 

 

 

                นายแทนตัวเองว่า ฉัน และเรียกพี่ว่า นาย... ผู้ชายคนนี้ทำให้ผมร้อนผ่าวที่หน้า ลมหายใจก็ติดขัดเพราะเสียงทุ้มที่ทอดต่ำ ไม่ได้ตัดพ้อต่อว่า แต่ตรงไปตรงมาเสียจนโจคยูฮยอนหน้าหงาย

 

 

 

                ปกตินี่ไม่มีอะไรแปลกเสียหน่อย....ใครๆ ก็รู้ ถ้าได้ยืนตัวตรงเป็นตัวของตัวเองจะแถมท่ายักไหล่เท่ห์ๆ แบบไม่แยแสอะไรให้ด้วย แต่ตอนนี้ทำได้แค่เลิกคิ้วน้อยๆ กับเบ้ปากนิดๆ

 

 

 

                เฉพาะเราสองคน ไม่เกี่ยวกับคนอื่น

 

 

 

                แต่ตอนนี้ไม่ได้มีแค่เราสองคน ยังมีคนอื่น

 

 

 

                พี่ไม่เห็นใครอื่นนอกจากเราสองคน คุณพระเอกเขาเริ่มท่องบทละครอีกแล้วหรือเนี่ย แต่ เอ เท่าที่รู้...ช่วงนี้คิบอมไม่มีละครนะ

 

 

 

                พี่จองอุนกำลังเล่นคอมพิวเตอร์ พี่ซองมินกับพี่ทงเฮกำลังนั่งดูละคร พี่ฮยอกแจ...เล่นเกมส์ รยออุค...ถ้าพี่ยังไม่ยอมลุกขึ้น อีกเดี๋ยวอาจจะมีใครมาเจอเราเข้าก็ได้ ประโยคขาดๆ หายๆ เพราะกำลังใจถูกปั่นทอนให้ลดต่ำด้วยสัมผัสนุ่มหยุ่นที่คลอเคลียอยู่บนกลีบปากสดฉ่ำ แค่จูบเดียวคยูฮยอนก็ลืมสรรพนามห่างเหินที่จงใจใช้เว้นระยะห่างเสียสิ้น คิบอมยิ้มอย่างคนเป็นต่อ

 

 

 

                นายกลัวคนอื่นจะรู้เรื่องของเรา หรืออายที่ถูกพี่จูบ

 

 

 

                แล้วพี่ชอบให้ตัวเองถูกผู้ชายจับกดหน้าห้องน้ำไหมละ คนเป็นพี่หัวเราะในคอ ผมเห็นกระเดือกที่ขยับขึ้นลงแล้วก็นึกอยากบีบให้แหลกคามือ...ถ้ามือผมว่างพอจะทำอย่างนั้นได้นะ

 

 

 

                งั้นนั่งคุยกัน คนแทนตัวว่าพี่พูดแล้วก็ขยับลุกขึ้นพร้อมกับดึงคนที่ต้องรับสภาพของน้องอย่างผมให้ลุกนั่งประจันหน้ากันที่เดิม

 

 

 

                ไม่เอาหน้าห้องน้ำ คิบอมมองตามร่างสูงโปร่งที่ขยับลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องออกปากขอความช่วยเหลือแค่เอื้อมมือดึงไม้เท้าความช่วยเหลือก็ถูกหยิบยื่นแทบจะทันที

 

 

 

                พี่อยากคุยกับนาย ที่ไหนก็ได้ ผมถูกคนพิการแค่ชั่วคราวทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดให้เป็นภาระสุดท้ายก็ถูกดันจนแผ่นหลังเบียดชิดกับผนัง ครั้งนี้ไม่ได้โดนกด แต่ถูกกักไว้ด้วยร่างหนา

 

 

 

                 เห็นหรือยัง...คิมคิบอมน่ะเจ้าเล่ห์แค่ไหน

 

 

 

                ผมไม่ชอบถูกกักตัวเป็นนางเอกละครหลังข่าวด้วยเหมือนกัน คิบอมยิ้มเรื่อย รู้ว่าต่อให้ไม่ชอบเพียงไรแต่คนในอ้อมกอดอย่างผมก็จะไม่มีวันทำอะไรรุนแรงอย่างแน่นอน...ใช่สิ คิมคิบอมเป็นคนเจ็บนี่นะ

 

 

 

                ขาพี่เจ็บอยู่นะ

 

 

 

                ก็ไหนบอกว่ามีตั้งสี่ขา เท่านั้นแหละไม้เท้าทั้งสองข้างก็ถูกผลักออก คราวนี้ไม่ใช่แค่ร่างกายที่บดเบียดแต่วงแขนก็กางกั้นปิดทางหนี

 

 

 

                โจ...บอกได้หรือยังว่าโกรธพี่เรื่องอะไร เลี่ยงมาได้สองวัน อึดอัด อัดอั้น หงุดหงิด เคืองขุ่นจนพาลเหวี่ยงใส่คนนู้นคนนี้ไปทั่ว ส่วนต้นเหตุแค่ถามไม่กี่คำอารมณ์เหล่านั้นของผมก็คล้ายจะมลายสูญหายไปพร้อมเสียงเรียกชื่อสกุลในแบบที่เจ้าตัวเขาชอบนักหนา

 

 

 

 

 

 

 

                เจ็บหนักทำไมไม่บอก จะไปพักฟื้นที่อเมริกาทำไมไม่บอก แล้วผมจะทำอะไรได้ ในเมื่อไม่เหลือมาดให้ต้องรักษาอีกต่อไปสิ่งที่เก็บกักไว้ก็ล้นออกมาง่ายๆ คิบอมคงแปลกใจที่ผมหยุดเอาเฉยๆ เขามองหน้าผมอย่างรอคอยแต่ไม่ละผมจะไม่ยอมให้เขาสมหวังมากไปกว่านี้อีกแล้ว

 

 

 

                รู้หมดแล้วนี่

 

 

 

                ผมรู้จากคนอื่น คิบอมอาจจะคิดว่าไม่สำคัญ แต่คยูฮยอนเห็นว่าสำคัญอย่างยิ่ง

 

 

 

                เรื่องอาการพี่ตั้งใจจะบอกเราแต่ช้ากว่าซึงฮวานฮยอง ส่วนเรื่องไปอเมริกาฮยองก็เป็นคนจัดการทั้งหมด แค่ประโยคเดียวคิบอมก็สรุปรวบใจความได้ครบถ้วนจนหาช่องมาโจมตีต่อไม่ได้เลย แต่ระดับคยูฮยอนมันต้องมีสักทางละน่า

 

 

 

                ทำไมต้องไปไกลด้วย

 

 

 

                ฮยองคงกลัวไม่มีใครดูแลมั้ง ทุกคนกำลังยุ่ง

 

 

 

                ก็มาอยู่เสียด้วยกัน คนเยอะแยะช่วยๆ กันดูก็ได้...ผมแค่เป็นห่วง สภาพแบบนี้เดินทางลำบากร้อนรนปกป้องตัวเองเสร็จสรรพ แต่ช้าไปไหมโจคยูฮยอน

 

 

 

                พี่จะเก็บความห่วงใยของนายใส่กระเป๋าไปด้วย

 

 

 

 

 

 

 

อ่า...

 

 

 

ต้องไปจริงๆ หรือครับ คิบอมพยักหน้ารับแทนคำพูด ผมถอนหายใจแรงๆ อยากจะโกรธต่อแต่สีหน้าของคนเป็นพี่ทำให้คิดอะไรไม่ออกแล้ว ผมหมดข้ออ้างจะโกรธคิบอมแล้วนี่

 

 

 

นานไหม

 

 

 

พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะ...ไม่นานมั้ง

 

 

 

นานแน่ๆ หมอบอกให้พักหกสัปดาห์ เกือบสองเดือนเลยนะ ผมอดแปลกใจตัวเองไม่ได้ ทั้งที่ปกติก็ไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แต่พอรู้ว่าคิบอมจะไปไกลถึงอเมริกาผมกลับรู้สึก...เหงาจัง

 

 

 

นานจัง

 

 

 

อืม นาน... ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้ายังไง แต่ผมเห็นคิบอมยิ้มรื่น หน่วยตาดำจัดเปล่งประกายวาววับให้อกใจผมพลอยหวีดหวิวไปด้วย

 

 

 

ต้องบอกหรือเปล่าว่าจะคิดถึง คนพูดน่ะตาวาวคาดหวังคำตอบที่คล้ายคลึงกัน คิดถึงน่ะคงคิดถึงอยู่หรอก...แล้วผมต้องพูดด้วยเหรอ

 

 

 

ไม่ต้องก็ได้ ผมคงไม่ค่อยว่างเท่าไหร่คราวนี้ตาคมหรี่ลงและผมรู้สึกตัวช้าไปกว่าจะสำนึกถึงอันตรายของคิมคิบอม ริมฝีปากที่แต่งแต้มรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนอยู่เสมอก็บดคลึง ฉกชิง เก็บกลืนลมหายใจ กวาดต้อนดูดกลืนและถ่ายเทรสชาติหวานผ่านปลายลิ้นจนตัวผมอ่อนระโหย ดีเหลือเกินที่แผ่นหลังยังกดติดอยู่กับผนังหนามิเช่นนั้นผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าตัวเองจะพยุงร่างกาย และไม่เผลอทิ้งน้ำหนักเป็นภาระให้คนพิการชั่วคราวต้องลำบาก จูบของพี่คิบอมโหมกระหน่ำ รุกไล้ ระรานจนต้องยอมแพ้พอถูกเสียงทุ้มกระซิบคาดคั้นผมก็พลั้งปากตอบตกลงไปเสียหมดทุกอย่าง...นี่เจ็บจริงใช่ไหม?

 

 

 

ทีนี้พอจะหาเวลาว่างได้แล้วใช่ไหม พอไม่ได้รับคำตอบที่พอใจใบหน้าคมก็ก้มต่ำ แต่ครั้งนี้ผมใช้ส้นมือดันปลายคางหนาไว้ได้สำเร็จ

 

 

 

จะพยายามครับ มือหนาแข็งราวคีมเหล็กหนีบข้อมือของผมออกจากปลายคางแล้วเป้าหมายเดิมก็ถูกกระชับเข้าหาริมฝีปากร้อนพร้อมแรงงับหนักๆ ให้พอรู้สึก

 

 

 

ว่างแล้วเนาะ

 

 

 

ว่าง(ก็ได้)ครับ จมูกโด่งฝังเน้นๆ ลงมาบนแก้มอย่างไม่กลัวรอยช้ำจะปรากฏอวดสายตาใครต่อใคร มือหนากุมมือผมไว้แน่นราวกับกลัวว่าถ้าเบามือกว่านี้ผมจะปล่อยทิ้งไม่ใยดี

 

 

 

พอใจหรือยังครับ

 

 

 

อืม

 

 

 

งั้นก็ปล่อย

 

 

 

ยังก่อน

 

 

 

อ้าว...

 

 

 

พอใจแค่คำตอบ คนพูดน้อยถ้าไม่ถามไถ่ก็อย่าหวังว่าจะได้คำตอบ

 

 

 

แล้วยังจะเอาอะไรอีก

 

 

 

จูบ...ยังไม่พอ ขออีกนะ

 

 

 

พวกคุณคิดเหมือนผมไหม คิมคิบอมน่ะร้ายกาจที่สุด!

 

 

.

 

.

 

.

 

 

 

โจ

 

 

 

ครับ...

 

 

 

ยืนไหวไหม

 

 

 

หือ...ว่าไงนะครับ คิบอมต้องกำลังยิ้มอยู่แน่ๆ เพราะริมฝีปากของเขาคลี่ออกจากกัน ผมมองไม่เห็นแต่...รู้สึกได้

 

 

 

ยืนไหวหรือเปล่า...ดูเหมือนมีใครสักคนกำลังเดินมาทางนี้ พี่ซองมินหรือไม่ก็พี่ทงเฮ...อาจจะทั้งคู่ ผมลืมตากว้าง ใจเต้นแรงจนเจ็บในอกได้ยินเสียงเคลื่อนไหวใกล้เข้ามาจริงๆ

 

 

 

พี่ปล่อยก่อนผมจะหยิบไม้เท้าให้ ในยามปกติคิบอมน่ะแรงมากกว่าผมนิดหน่อย แต่ขณะที่คิบอมป่วยเรี่ยวแรงผมกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นจนเหนือกว่าเขาได้เลย...ผมไม่กล้าออกฤทธิ์กับคนป่วย ไม่กล้าทำรุนแรงเพราะกังวลว่าจะกระทบกระเทือนกับขาที่เจ็บ

 

 

 

ถ้าปล่อยพี่ก็ล้มสิ

 

 

 

ขยับมาก่อนแล้วเอาหลังพิงผนังไว้ อย่าเพิ่งถ่ายน้ำหนักมาบนขาข้างที่เจ็บนะ ผมพยายามช่วยให้คิบอมขยับตามขั้นตอนที่บอกกล่าว แต่ร่างหนากลับไม่เขยื้อน

 

 

 

ไม่เป็นไร เกาะนายไว้แบบนี้ก็ได้

 

 

 

ไม่ได้...เดี๋ยวใครเห็นเข้าก็เป็นเรื่อง!”

 

 

 

ใครที่ว่าคงเข้าใจว่านายกำลังช่วยพยุงพี่

 

 

 

คิมคิบอม...!”

 

 

 

 

 

ปวดฉี่ๆ ขอทางหน่อยปวดจะแย่แล้ว ใครคนนั้นตะโกนให้เสียงมาตั้งแต่ก่อนจะโผล่พ้นมุม กระต่ายสีชมพูตัวอวบขาวก้มหน้าก้มตามองแต่พื้นปากก็พร่ำคำเดิมราวกับมองไม่ เห็นผมที่พยายามเบี่ยงทิศทางให้ดูไม่เป็นรองจนเกินไป ให้เข้าใจไว้ก่อนว่าผมกำลังช่วยเหลือเพื่อนร่วมวง ไม่ใช่...ดิ้นรนเอาตัวรอด

 

 

 

เสียงประตูปิดตามหลังร่างพี่ซองมินกระตุ้นให้ผมออกแรงดันตัวเองออกจากวงแขนแกร่ง หักใจไม่สนว่าจะทำให้คนเจ็บหนักกว่าเดิมหรือไม่ ตอนนี้ศักดิ์ศรีผมก็มีค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ผมได้ยินเสียงหัวเราะขลุกขลักดังมาจากลำคอของคนตรงหน้า แล้วก็แทบไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ เพราะคิบอมยอมปล่อยง่ายดายจนผมได้แต่ยืนคว้าง คนเจ็บถอยไปยืนพิงผนังอย่างที่ผมแนะนำในตอนแรกพร้อมรอยยิ้มสุขสมใจ ส่วนผมก็ทำได้แค่กัดฟันจนกรามขึ้นเป็นสันนูน...สนุกจังเลยนะคิมคิบอม!

 

 

 

ไม้เท้า...นายคงเดินกลับเองได้ใช่ไหม

 

 

 

ถ้าฉันบอกว่าไม่ไหวละ

 

 

 

ซองมินฮยอง...ช่วยพาคิบอมกลับไปด้วยนะครับ ผมมีธุระด่วนต้องไปทำ อีซองมินทำแก้มพอง แต่ก็ยอมขยับเข้าช่วยเหลือทว่าคิบอมร้องห้ามเสียงนุ่ม

 

 

 

ผมไม่เป็นไรครับ มาเองได้ก็กลับเองได้

 

 

 

อ่า...เอางั้นเหรอ พระเอกของบ้านยิ้มตาหยี ซองมินก็ว่าง่ายเหลือทนพอไม่เป็นที่ต้องการของใครกระต่ายตัวขาวก็เขย่งก้าวกระโดดกลับไปในทิศทางเดิม พอคิบอมก้าวเข้ามาใกล้ผมก็ถอยฉากเรียกเสียงหัวเราะจากคนอารมณ์ดีได้อีกครั้ง

 

 

 

พี่ไม่ได้จะทำอะไร

 

 

 

ผมก็แค่จะหลีกทางให้ ผมเปิดทางให้คนเจ็บเดินผ่านแต่คิบอมกลับหยุดเอาแต่จ้องหน้านิ่ง

 

 

 

 

 

 

 

โจ... อยู่ใกล้แค่นี้ถึงไม่ขานรับคิบอมก็คงรู้ว่าผมได้ยินชัดเจน

 

 

 

แน่ใจนะว่าอยากให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆผมวางท่าเหมือนต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจกับประโยคนั้นทั้งที่เข้าใจแจ่มแจ้ง สีหน้าของคิบอมจริงจัง แต่ภายใต้ความนิ่งเฉยเครียดขรึมนั้นผมรู้ดีว่าคิบอมจะยอมตามใจผมเสมอใน เรื่องนี้

 

 

 

ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่าคำว่า -เรา- พี่เคยบอกผมแบบนี้ -เรา- ที่หมายถึง พี่กับผม คิบอมยิ้ม...เห็นไหมว่าเขาตามใจผมเสมอละ

 

 

 

ถ้าเป็นความต้องการของโจคยูฮยอน คิมคิบอมก็ไม่ขัดข้องครับ ปกติคนขาเจ็บทั่วไปเคลื่อนไหวได้เร็วแค่ไหนกัน พอผมเผลอคนมีสี่ขาก็กอดกระชับขโมยความหวานไปจากเนื้อตัวผมอีกยก

 

 

 

คงมีแต่เรื่องนี้ละมั้งที่คิบอมไม่เคยยอมตามใจผมสักครั้ง...ผมโดนเอาเปรียบตลอดเลย ^^

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END...

 

 

 

 

~*~*~*~*~* ~*~*~*~*~* ~*~*~*~*~*~

 

 

 

เรื่องนี้ตอนแรกตั้งใจว่าจะเป็นแค่ช็อตฟิกค่ะ แต่ไปๆ มาๆ คาแรคเตอร์นี้ของพี่คิบอมได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก(เหลือเชื่อ) คนแต่งจึงมีความคิดว่าจะแต่งเรื่องนี้เป็นซีรีย์ค่ะ ^^ คือจบในตอน และแต่ละตอนจะโผล่มาเมื่อไหร่นั้นคงขึ้นอยู่กับอารมณ์คนแต่งเป็นส่วนใหญ่ค่ะ มีประเด็น(??) เมื่อไหร่คงได้แต่งออกมาเนาะ

ใกล้วันเกิดพี่คิบอมแล้ว...วันนั้นคงมีฟิกมาให้ได้อ่านกันอีกแน่นอนค่ะ